วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กล้องจุลทรรศน์

กล้องจุลทรรศน์
 
             กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) เป็นอุปกรณืที่จำเป็นในการศึกษาค้นคว้าทางชีววิทยาทำให้สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่มองเห็นไม่ชัดเจนและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รวมทั้งรายละเอียดหรือส่วนประกอบต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตได้ดียิ่งขึ้น
               1. กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้แสงอาทิตย์หรือแสงไฟฟ้าเป็นแหล่งกำเนิดลำแสง
               2. กล้องจุลทรรศน์ที่มีแหล่งกำเนิดให้เป็นลำอิเล็คตรอน
ชนิดของกล้องจุลทรรศน์
1. กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้แสงอาทิตย์หรือแสงไฟฟ้าเป็นแหล่งกำเนิดลำแสง
- กล้องจุลทรรศน์แบบแสงธรรมดา (Light Microscope) กล้องแบบนี้เป็นกล้องที่ใช้สำหรับผู้ศึกษาเบื้องต้น เพราะเป็นกล้องที่มีวิธีการใช้ไม่ซับซ้อน
 - กล้องจุลทรรศน์แบบเฟสคอนทรัส (Phase Contrast Microscope) และ กล้องจุลทรรศน์ แบบอินเทอร์เฟอร์เรนซ์ (Interference Microscope) ใช้ศึกษาเซลล์หรือสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะบางใส
- กล้องจุลทรรศน์แบบโพลาไรซิง (Polarizing Microscope) ใช้ศึกษาผลิตภัณฑ์หรือเส้นใย ต่าง ๆ ในเซลล์หรือเนื้อเยื่อ
-กล้องจุลทรรศน์แบบฟลูออเรสเซน (Fluorescence Microscope) เซลล์หรือเนื้อเยื่ออ ที่นำมาศึกษาต้องเคลือบด้วยสารเรืองแสง
-  กล้องจุลทรรศน์แบบอัลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet Microscope)ใช้ศึกษาส่วนที่เป็น กรดนิวคลิอิคและโปรตีน
2. กล้องจุลทรรศน์ที่มีแหล่งกำเนิดให้เป็นลำอิเล็คตรอน
- กล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอนแบบส่องผ่าน (Transmission Electron Microscope) ใช้ศึกษาโครงสร้างหรือองค์ประกอบของเซลล์และเนื้อเยื่อ ในระดับโมเลกุล ใช้ตัวย่อ TEM
- กล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอนแบบส่องกราด ( Scaning Electron Microscope) ใช้ศึกษาโครงสร้างหรือองค์ประกอบของเซลล์และเนื้อเยื่อ โดยทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ ที่ศึกษามีความเข้มของเงาต่างกันไป
ตารางแสดงข้อแตกต่างของกล้องจุลทรรศน์ธรรมดากับกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอ
กล้องจุลทรรศน์ธรรมดา
กล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอน
1. ใช้หลอดไฟฟ้าหรือแสงอาทิตย์เป็นแหล่งกำเนิดแสง
2. ใช้เลนส์แก้ว
3. ใช้สิ่งวัตถุขนาดเล็กที่สุดประมาณ 0.2 ไมครอน
4. ตัวกล้องมีอากาศ
5. ไม่มีระบบถ่ายเทความร้อน
6. มีกำลังขยายพันเท่า
7. วัตถุที่นำมาส่องดูมีชีวิตหรือไม่มีก็ได้
8. ภาพที่ได้เป็นภาพเสมือนหัวกลับ
1. ใช้ลำแสงอิเล็คตรอนเป็นแหล่งกำเนิดแสง
2. ใช้เลนส์แม่เหล็กไฟฟ้า
3. ใช้ส่องวัตถุที่มีขนาดเล็ก 0.0005 ไมครอน
4. ตัวกล้องเป็นสูญญากาศ
5. มีระบบถ่ายเทความร้อนด้วยน้ำ
6. มีกำลังขยายห้าแสนเท่าหรือมากกว่า
7. วัตถุที่นำมาส่องดูไม่มีชีวิต
8. ภาพที่ได้เป็นภาพจริงปรากฏบนจอ
 
ส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์
1. ฐาน (Base หรือ Foot) เป็นส่วนที่วางบนโต๊ะ รูปร่างต่าง ๆ กันไปขึ้นอยู่กับแบบของกล้อง
2. ลำตัว (Body) มีลักษณะโค้งสำหรับมือจับเวลายกกล้อง ตรงส่วนต่อกับฐานมีล้อหมุนใหญ่ (coarseadjustment)และล้อหมุนเล็ก(fineadjustment)ทำหน้าที่ปรับระยะภาพ
3. ลำกล้อง (Body tube) มีส่วนต่อจากลำตัว ส่วนบนสำหรับสวมเลนซ์ตา (eye-piece orocular) ส่วนล่างมี แผ่นโลหะกลมสองชิ้นชิ้นหนึ่งติดแน่นอยู่กับลำกล้องอีกชิ้นหนึ่งหมุนเคลื่อนที่ได้ (nosepiece) มีเลนซ์วัตถุ (objective lens) ซึ่งมีกำลังขยายต่าง ๆ ติดอยู่
4. เลนซ์ตา (Eye-piece หรือ Ocular) มี 1 คู่ สามารถเลื่อนปรับให้พอเหมาะกับระยะห่างของช่วงตา ของผู้ศึกษา ได้และมีวงแหวนหมุนปรับภาพ(focusingeyepiece) ติดอยู่ เลนซ์ตาแต่ละข้างประกอบด้วยเลนซ์นูน 2 อัน
5. เลนซ์วัตถุ (Objective lens) ประกอบด้วยเลนซ์ตั้งแต่ 2 อันขึ้นไปยิ่งกำลังขยายมากจำนวนเลนซ์จะเพิ่มมากตามไปด้วย
6. แท่นวางวัตถุ (Stage) เป็นแผ่นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตรงกลางมีช่องกลมให้แสงผ่านเข้าเลนซ์วัตถุ ด้านในติดลำตัวกล้อง มีตัวจับสไลด์(Stageclip)ซึ่งมีล้อหมุน(adjustment for mechanical stage clip) เพื่อเลื่อนสไลด์ขึ้นลง และซ้ายขวาเพื่อความสะดวกในการเลื่อนตรวจสอบสไลด์ที่ศึกษา
7. เลนซ์รวมแสง (Substage Condenser) อยู่ใต้แท่นวางวัตถุ ทำหน้าที่รวมแสงให้สว่างมากที่สุดและมีปุ่ม ปรับความเข้มของแสง (Iris diaphragm)
8. ที่กรองแสง (Filter tray) เป็นวงโลหะอยู่ใต้เลนซ์รวมแสงเลื่อนหมุนออกในแนวระนาบได้ เพื่อเปลี่ยนใส่แผ่นกระจก หรือแผ่นโพลารอยด์สีต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ
9. กระจกเงา (Mirror) ติดอยู่กับส่วนฐานของกล้องด้านหนึ่งเว้าและด้านหนึ่งราบ หมุนได้รอบตัวทำหน้าที่สะท้อนแสง จากแหล่งแสงต่าง ๆ ผ่านเข้าสู่เลนซ์รวมแสงด้านเว้าจะรับแสงสะท้อนได้มากกว่าด้านราบ
**ขอขอบคุณ:http://www.ipecp.ac.th/ipecp/cgi-binn/BP1/Program/chapter3/p2.htm
ขอขอบคุณภาพจาก:www.khu.ac.th l
                                 
                                    cellandtransportation5525740602.blogspot.com
                                  cellandtransportation5525740602.blogspot.com
และสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ดังกล่าว

**ถ้ามีอะไรดีๆมา จะรีบนำมาโพสต์ให้ใหม่ทันทีค่ะ** 

7 อาชีพในอาเซียน

7 อาชีพในอาเซียน
             เตรียมรับมือก้าวให้ทัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economics Community) ตั้งแต่ บรูไนดารุสซาลาม, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย, เวียดนาม และพม่า teen.mthai.com ขออัพเดต อาชีพวัยรุ่น 7 อาชีพในอาเซียน 7 วิชาชีพน่าสนใจ ที่สามารถเลือกทำงานได้ในทุกประเทศของอาเซียน ได้สบายๆ สามารถเลือกไปทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียนได้อย่างอิสระ โดยเบื้องต้นได้กำหนดครอบคลุมถึง 7 อาชีพหลัก
 
 
 
1.อาชีพวิศวกร ( Engineering Services )
             วิศวกร คือ ผู้นำเอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับปัญหาต่างๆในลักษณะการคิดค้นการออกแบบการปรับปรุงการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ที่มีอยู่ เพื่อส่ง เสริมสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมกับความเป็นอยู่ของมนุษย์
**เงินเดือน สาขาต่างๆ เงินเดือน เริ่มต้นที่ 12,000 บาท สูงสุดที่ 60,000 บาทโบนัสและสวัสดิการต่างหากแล้วแต่ระดับการจ่ายของบริษัท
 
2.อาชีพพยาบาล ( Nursing Services )
             พยาบาลคือ ผู้รักษา ดูแล และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพยาบาล เป็นผู้ช่วยแพทย์ โดยการสังเกต และบันทึกความเปลี่ยนแปลงในคนไข้ รายงานให้แพทย์ทราบถึงอาการของคนไข้ตามลักษณะโรคที่เป็นทั้งร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพของคนไข้ ช่วยคนไข้ให้ปรับตัวเข้ากับภาวะขัดข้องใดๆ ที่อาจเกิด จากการเจ็บป่วย จัดให้คนไข้ มีสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขอนามัย ป้องกันและควบคุมการเผยแพร่ของโรคติดเชื้อ สอนคนไข้ และประชาชนทั่วไปให้รู้จักการดูแลและส่งเสริมสุขภาพวางแผน มอบหมาย สั่งการ ดูแล และประเมินผลงานของผู้ช่วยพยาบาล และผู้ทำหน้าที่ประสานงาน ร่วมงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ และอนามัยแขนงอื่นๆ ในการบริการคนไข้
**เงินเดือน ประมาณ 10300 บาท โอที(หรือเวร) 600 บาท เวรดึก , 220 บาทเวรบ่าย , ค่าใบประกอบ 900-2000บาท เเละเบี้ยงเลี้ยง 1000 บาท เดือนนึงๆประมาณ 15,000-20,000บาท
 
3.อาชีพสถาปนิก ( Architectural Services )
             ผู้ปฏิบัติงานอาชีพ สถาปนิกนี้ จะทำหน้าที่ออกแบบอาคาร สิ่งก่อสร้าง และควบคุมการก่อสร้างร่วมกับวิศวกร คำนวณวัสดุ เวลา และราคาของค่าแบบก่อสร้างและการก่อสร้างที่เหมาะสมให้คำแนะนำในเรื่องวัสดุก่อสร้างที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ว่าจ้างและเป็นไปตามกฎข้อบังคับของท้องถิ่น และแบบลักษณะทางสถาปัตยกรรม
**เงินเดือน สถาปนิกที่รับราชการจะได้รับเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา สถาปนิกที่ทำงานกับภาคเอกชนจะได้รับเงินเดือน ขั้นต้นอยู่ระหว่าง 15,000 -20,000 บาท ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ในการฝึกงานขณะที่กำลังศึกษาอยู่ ได้รับสวัสดิการตามกฎหมายแรงงานกำหนดไว้ และสิทธิประโยชน์อื่น เช่น โบนัสขึ้นอยู่กับผลประกอบการ
 
4.อาชีพการสำรวจ ( Surveying Qualifications )
             ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ได้แก่ ผู้ควบคุมและทำการสำรวจพื้นดินและท้องน้ำ เพื่องานทำแผนที่หรือแผนภูมิงานก่อสร้าง งานเหมืองแร่ หรือเพื่องานอื่นๆ โดยการกำหนดสถานที่ตั้ง และวาดภาพแสดงลักษณะภูมิประเทศรวมถึงการสำรวจบริเวณพื้นดินและท้องน้ำ การสำรวจบริเวณทะเล และเหมืองแร่ และการสำรวจประเภทอื่นๆ เป็นผู้ช่วยนักสำรวจเกี่ยวกับการใช้ และดูแลรักษาเครื่องมือต่างๆ ในขณะปฏิบัติงาน ช่วยแปลข้อมูลที่ได้จากงานสนาม และทำงานอื่นๆที่คล้ายคลึงกัน
**เงินเดือน ช่างสำรวจที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ที่ไม่มีประสบการณ์จะได้รับเงินเดือนโดยประมาณดังนี้
ราชการ เอกชน
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 4,700 4,500-5,500
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง 5,740 5,500-6,500
สำหรับงานเอกชนนั้น อัตราเงินเดือนขึ้นอยู่กับความสามารถ ความชำนาญงาน และวุฒิการศึกษาของแต่ละบุคคล นอกเหนือจากเงินเดือน และค่าจ้างประจำแล้ว อาจได้รับผลประโยชน์พิเศษอย่างอื่นในรูปของสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร โบนัส บำเหน็จ บำนาญ
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง อาจจะต้องทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด หรือต้องทำงานล่วงเวลา ในกรณีที่ต้องการให้งานติดตั้งหรือซ่อมบำรุงเครื่องจักรให้ทันการใช้งาน

 
5.อาชีพในอาเซียน อาชีพพนักงานบัญชี ( Accountancy Services )
             ผู้ปฏิบัติงานด้านนี้ ได้แก่ ผู้ให้บริการทางการบัญชีแก่สถานประกอบการธุรกิจ สถาบันเอกชน หรือหน่วยงานรัฐบาล รวมถึงการดูแลการทำบัญชี และการตรวจสอบบัญชี
  • การวิเคราะห็รายการธุรกิจและบันทึกผลทางการเงิน
  • การรับรองความถูกต้องและความครบถ้วนในการทำบัญชี และเอกสารทางการเงิน
  • การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสอบบัญชี การวางแผนทางบัญชี และการวางระบบทางบัญชีแก่สถานประกอบการต่างๆ
**เงินเดือน เริ่มต้นที่ 9,000 บาทขึ้นไป

อาชีพวัยรุ่น 7 อาชีพในอาเซียน4teen.mthai.com


 
6.อาชีพทันตแพทย์ ( Dental Practitioners )
  • ห้การรักษาโรค และความผิดปกติของฟันและช่องปากด้วยการศัลยกรรม ให้ยา และวิธีการอื่นๆ
  • ตรวจปากและฟันของผู้ป่วย
  • ใช้เครื่องเอ็กซเรย์และทดสอบตามความจำเป็น เพื่อจะได้ทราบถึงลักษณะของความผิดปกติ
  • พิจารณาผลของการตรวจและการทดสอบ และตกลงใจเลือกวิธีการรักษา หารูฟันผุ ทำความสะอาดและอุดรูฟันผุ และถอนฟัน ที่เป็นโรคหรือไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์
  • พิมพ์ปากและจำลองแบบของเหงือก และส่วนอื่นๆ ของปาก เพื่อใช้ในการประดิษฐ์ฟันปลอม และใส่ฟันปลอม
  • ใส่เครื่องยึดเพื่อจัดฟันที่มีลักษณะผิดปกติ หรือเก ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  • รักษาโรคฟัน ปากหรือเหงือกด้วยการใช้ยาหรือศัลยกรรม ให้ยาชาหรือวางยาสลบตามความจำเป็น อาจทำเฉพาะทางในการรักษาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมากกว่า
**เงินเดือน ทันตแพทย์สามารถทำงานในภาครัฐ และภาคเอกชนโดยประกอบอาชีพตามสถานบริการทันตกรรม โรงพยาบาลของรัฐ และเอกชน หรือประกอบธุรกิจส่วนตัว ทันตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้รับเงินเดือนเทียบเท่าวุฒิปริญญาตรีทั่วไป
อัตราค่าจ้างเป็นรายเดือนแตกต่างกันไปตามความรู้ และความชำนาญ สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ไม่มีประสบการณ์จะมีรายได้โดยประมาณ ราชการ เงินเดือน 6,360 เอกชน เงินเดือน 12,000 – 15,000
ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง อาจจะต้องทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด อาจจะต้องมี การจัดเวรอยู่ประจำโรงพยาบาล นอกจากผลตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้ว ผู้ทำงานกับภาครัฐจะได้รับ สวัสดิการตามระเบียบของทางราชการ ส่วนผู้ที่ทำงานในภาครัฐวิสาหกิจและเอกชนอาจได้รับผลประโยชน์อย่างอื่นมากกว่าภาคราชการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือ สวัสดิการในรูปต่างๆ เงินประกันสังคม เงินโบนัส เป็นต้น สำหรับผู้ที่สำเร็จทันตแพทย์ที่มีเงินทุนสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัวด้วยการเปิดคลีนิครักษาฟัน มีรายได้ขึ้นอยู่กับความสามารถ และความอุตสาหะ
อาชีพวัยรุ่น 7 อาชีพในอาเซียน6teen.mthai.com
 
 
 7.อาชีพแพทย์ ( Medical Practitioners )
        ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล โดยตรวจคนไข้ในที่อยู่ในความรับผิดชอบทุกวันและต้องตรวจคนไข้นอกที่เข้ามารับการรักษา ผู้ที่เป็นแพทย์อาจถูกเรียกตัวได้ทุกเวลาเพื่อทำการรักษาคนไข้ให้ทันท่วงที ผู้ที่เป็นแพทย์ต้องพร้อมเสมอที่จะสละเวลาเพื่อรักษาคนไข้ ในสถานที่ทำงานจะต้องพบเห็น คนเจ็บ คนป่วยและคนตาย แพทย์จึงต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง เพราะหากมีจิตใจที่อ่อนไหวต่อสิ่งที่ได้พบเห็นจะมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานได้
**เงินเดือน ผู้ประกอบอาชีพนี้ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน ตามวุฒิการศึกษา สำเร็จการศึกษาวิชาการแพทย์ซึ่งไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมีอัตราเงินเดือน ดังนี้
ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก
ราชการ 8,190 9,500 – 10,500 15,000 – 16,000
รัฐวิสาหกิจ 9,040 15,000 – 12,000 23,000 – 24,500
เอกชน 10,600 21,000 – 22,000 28,000 – 30,000
ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง อาจต้องมาทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด อาจจะต้องมีการจัดเวรอยู่ประจำโรงพยาบาล นอกจากผลตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้วในภาครัฐวิสาหกิจและเอกชนอาจได้รับผลตอบแทนในรูปอื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการในรูปต่างๆ เงินโบนัส เป็นต้น สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาวิชาแพทย์สามารถประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยรายได้ที่ได้รับขึ้นอยู่กับความสามารถ และความอุตสาหะ

**ขอขอบคุณ:http://teen.mthai.com/variety/56867.html
และสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ดังกล่าว

**ถ้ามีอะไรดีๆมา จะรีบนำมาโพสต์ให้ใหม่ทันทีค่ะ**

 

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประวัติส่วนตัว


^__ประวัติส่วนตัว__^

                       
                      ชื่อ: นางสาวธัญญาลักษณ์     วิเชียรวงค์  ชื่อเล่น แพม อายุ 15 ปี                     

                      วัน/เดือน/ปีเกิด : 13/09/1997

                      ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/7 ณ โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา

                      ที่อยู่ : 44 ม.8 ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี 84180

                      Facebook : Pamm Wichianwong

                      E-mail:Pam_thanyaluk@hotmail

                      สิ่งที่ชอบ : ทุกสิ่งที่ใช้ประสาททั้ง 5 แล้วรู้สึกมีความสุขนั่นแหล่ะคือสิ่งที่ชอบ:)